Asics รองเท้าคู่ใจนักวิ่ง จากแดนปลาดิบ
Asics รองเท้าคู่ใจนักวิ่ง จากแดนปลาดิบ

Asics เป็นแบรนด์สินค้าซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์กีฬาและรองเท้ากีฬาจากประเทศญี่ปุ่น ถือกำเนิดขึ้น วันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1949 โดยฝีมือของ Kihachiro Onitsuka โดยเขาเริ่มก่อตั้งบริษัทรองเท้ากีฬาเป็นของตัวเอง คือ Onitsuka Co., Ltd. จากการเริ่มผลิตรองเท้าบาสเกตบอลเป็นรุ่นแรก ภายในห้องนั่งเล่นของตัวเองในเมืองKobe ประเทศญี่ปุ่น

ในปี ค.ศ. 1977 เขาได้เลือกใช้ชื่อ Asics เป็นชื่อในการเปิดบริษัท โดยชื่อนี้มีที่มาจากภาษาละตินในประโยคว่า Anima Sana In Corpore Sano เมื่อนำมาย่อก็คือ Asics แปลเป็นภาษาไทยว่า จิตใจแจ่มใสย่อมอยู่ในร่างกายสมบูรณ์ ต่อมา Asics มีการเผยแพร่ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1977 จนกระทั้งได้รับความนิยมไปทั่วโลกตราบมาจนถึงปัจจุบัน

ในปี ค.ศ. 2004 Stefano Baldini นักวิ่งชาวอิตาลี ได้สวมรองเท้า ASICS เพื่อลงแข่งขันในกีฬา Olympic ณ กรุง Athens ประเทศกรีซ และในการแข่งขันครั้งนั้น เขาเป็นผู้เข้าเส้นชัยเป็นคนแรกสามารถคว้าเหรียญทองไปครอบครอง ได้ กลังจากนั้นไม่นานชื่อของ ASICS ก็มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา จนเป็นที่รู้จักของนักวิ่งในวงกว้าง จนกระทั่งขยายออกไปยังผู้รักการออกกำลังกายทั่วไป ในขณะเดียวกัน Onitsuka Tiger ก็กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์แนวแฟชั่นกีฬา ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังรวมทั้งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันแม้กระทั่งผู้คนในโซนยุโรปเองก็ตาม และถ้าคุณมองดูให้ดีคุณจะพบว่าสัญลักษณ์ที่รองเท้าของ ASICS กับ Onitsuka Tiger นั้น คล้ายรูปตะเกียบที่กำลังคีบหนวดปลาหมึกอยู่

โดยสัญลักษณ์นี้มีที่มา คือตอนที่เขากำลังกินสลัดอยู่ที่บ้าน ระหว่างกินเขาก็ได้เห็นหนวดปลาหมึกมัน ติดแน่นหนึบอยู่บริเวณก้นชาม เขาพยายามคีบมันขึ้นมาหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ และจากจุดเล็กๆนี้เท่านั้น มันกลับกลายทำให้นาย Kihachiro Onitsuka เกิดไอเดียจุดประกายแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อมาทำให้รองเท้าผ้าใบสามารถยึดเกาะกับพื้นได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม แบบเดียวกับหนวดปลาหมึกซึ่งติดแน่นหนึบ

จากแรงบัลดาลใจนี้ทำให้ Asics เกิดการค้นคว้าเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อต้องการผลิตรองเท้าดีที่สุดเพื่อกีฬาทุกชนิด ได้มีการก่อตั้งศูนย์วิจัยขึ้นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อค้นคว้าเทคโนโลยีขึ้น ณ เมือง Kobe โดยประกอบไปด้วยห้องทดลองเทคนิค , ห้องทดสอบสภาพรองเท้าตามภูมิอากาศ , ลู่วิ่งระยะ 350 เมตร เป็นต้น ส่วนการทดลองอันเป็นเอกลักษณ์มากที่สุด คือ การนำไข่ดิบมาทิ้งตัวลงบน Gel Path ความหนา 3 ซม. จากความสูง 15 เมตร โดยไข่ดิบจะต้องมีการคงสภาพเดิมไม่แตกร้าว และนี่เองจึงกลายมาเป็นเทคโนโลยี ASICS Gel อีกทั้งยังได้มีการคิดค้นระบบ Guidance Line ซึ่งมีเทคโนโลยีการผลิตอันสุดแสนล้ำสมัยที่สุดอีกด้วย